ตามความเป็นจริง_หลวงพ่อกล้วย ลำดับที่ 93 วันที่ 2 ธันวาคม 2557

ตามความเป็นจริง_หลวงพ่อกล้วย ลำดับที่ 93 วันที่ 2 ธันวาคม 2557
พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร (หลวงพ่อกล้วย วัดป่าธรรมอุทยาน)
ผู้บรรยาย
พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร (หลวงพ่อกล้วย วัดป่าธรรมอุทยาน)
ชื่อตอน
ตามความเป็นจริง_หลวงพ่อกล้วย ลำดับที่ 93 วันที่ 2 ธันวาคม 2557
บันทึกเสียงเมื่อ
ชุด
ตามความเป็นจริง ชุดที่ 5 (ลำดับที่ 81-98)
ถอดความฉบับเต็ม
ตามความเป็นจริง ลำดับที่ 93
วันที่ 2 ธันวาคม 2557


ขอให้ทุกคนทุกท่านจงเจริญสติ สร้างความรู้สึกรับรู้สัมผัสของลมหายใจของเราให้ชัดเจน ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมาเราได้สร้างความรู้ตัวแล้วหรือยัง สร้างความรู้ตัวอยู่ที่ปลายจมูกของเรา ลองสูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ ลึกๆ แล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ การสูดลมหายใจยาว ผ่อนลมหายใจยาว นี่กายของเราก็สบายขึ้นเยอะ ใจของเราก็จะสงบตั้งมั่นขึ้น


ความรู้สึกสัมผัสของลมหายใจ ที่วิ่งเข้าวิ่งออกกระทบปลายจมูกของเราก็ชัดเจน ความรู้ตัวตรงนี้แหละเขาเรียกว่า ‘สติ’ ถ้าเราฝึกให้เกิดความเคยชิน ให้ต่อเนื่องเขาเรียกว่า ‘สัมปชัญญะ’ มีความรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจยาวเป็นอย่างไร หายใจออกยาวเป็นอย่างไร หายใจละเอียดเป็นอย่างไร หายใจเป็นธรรมชาติเป็นลักษณะอย่างไร เราหัดสังเกตบ่อยๆ ทำความเข้าใจบ่อยๆ อันนี้เพียงแค่การเจริญสติลงอยู่ที่กายของเรา แล้วก็ทำให้ต่อเนื่อง


ส่วนการเกิดการดับของวิญญาณ หรือว่าตัวใจของเรานั้นมันมีอยู่มาตั้งนานแล้ว เขาหลงมาตั้งนาน เขาหลงเกิดมาตั้งนาน จนกระทั่งได้มาเกิดอยู่ในภพของมนุษย์ มาสร้างกายเนื้อเข้ามาปิดกั้นตัวเขาเอาไว้ แล้วก็ส่วนนามธรรม ความคิดต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาปรุงแต่งใจ กำลังสติของเรามีไม่เพียงพอ การสังเกตของเราไม่เร็วไม่ไว การดำเนินไม่ต่อเนื่อง ก็เลยไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึงตรงนี้


ถ้าเราสังเกตบ่อยๆ สักวันหนึ่งเราก็จะเห็นใจกับอาการของใจเคลื่อนเข้าไปรวมกัน ถ้าเรารู้ทันตรงนั้น ใจก็จะดีดออกจากความคิด ใจก็จะหงาย เขาเรียกว่า สมมติ กับ วิมุตติ ใจก็จะพลิกจากสมมติไปหาวิมุตติ แต่ใจก็ยังมีกิเลสอยู่เหมือนเดิม เราต้องมาขัดเกลากิเลส มาละกิเลส มาทำความเข้าใจแต่ละเรื่องแต่ละส่วนให้กระจ่าง


สติของเราพลั้งเผลอได้ยังไง ใจเกิดกิเลสได้ยังไง เขาก่อตัวอย่างไร กิเลสหยาบ กิเลสละเอียด มีอยู่ในกายของเราหมด พระพุทธองค์ท่านเน้นตรงนี้มากทีเดียว คลายความหลง แยกรูปแยกนาม ทำความเข้าใจ แล้วก็ละกิเลส ให้ชัดเจน ให้หมดความสงสัย


ท่านสอนเรื่อง อัตตา อนัตตา เป็นอย่างไร สมมติ วิมุตติเป็นอย่างไร การรอบรู้ในกองสังขาร รอบรู้ในดวงวิญญาณ แล้วก็รอบรู้ในโลกธรรมเป็นอย่างไร คนที่จะดำเนินเข้าถึงต้องเป็นบุคคลที่มีความขยันหมั่นเพียร แล้วก็หมั่นขัดเกลากิเลส ทำความเข้าใจ มีให้เป็นทำให้เป็น แจงให้ได้บอกตัวเองให้ได้ ใช้ตัวเองให้เป็น ใจที่ปราศจากกิเลสเป็นอย่างไร ใจที่ไม่มีกิเลสเป็นอย่างไร


ปฏิบัติธรรมให้รู้จัก ปฏิบัติตั้งแต่กาย มีตั้งแต่ใจบงการไปอย่างเดียว มันก็เข้าไม่ถึงธรรม ตัวใจนั่นแหละคือตัวธรรม เขายังหลงอยู่ และยังเกิดอยู่ เราก็ต้องพยายามกัน การได้ยินได้ฟัง ได้อ่าน การมองหาแนวทางนั้นมีมาตั้งนานแล้ว เราพยายามดำเนิน


ใหม่ๆ ก็อาจจะพลั้งเผลอ ส่วนมากจะพลั้งเผลอเสียเป็นส่วนมาก เพราะว่าความเคยชินเก่าๆ แต่การทำบุญให้ทาน ศรัทธาตรงนี้มีกันอยู่ แต่การวิเคราะห์การเกิดการดับของวิญญาณในกายของตัวเรา เราต้องพยายามมีความเพียรอย่างยิ่งยวด ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน ถึงจะเข้าถึง เข้าถึงแล้วก็ทำความเข้าใจ แล้วก็ชี้เหตุชี้ผล แล้วก็ค่อยละ มองเห็นเหตุเห็นผลตามความเป็นจริง ก็ต้องพยายามกันนะ


สร้างความรู้สึกรับรู้สัมผัสของลมหายใจให้ชัดเจน


พากันไหว้พระพร้อมๆ กัน ค่อยไปทำความเข้าใจต่อกันเอานะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง