ตามความเป็นจริง_หลวงพ่อกล้วย ลำดับที่ 66 วันที่ 2 สิงหาคม 2557
ชื่อตอน
ตามความเป็นจริง_หลวงพ่อกล้วย ลำดับที่ 66 วันที่ 2 สิงหาคม 2557
บันทึกเสียงเมื่อ
ชุด
ตามความเป็นจริง ชุดที่ 4 (ลำดับที่ 61-80)
ถอดความฉบับเต็ม
ตามความเป็นจริง ลำดับที่ 66
วันที่ 2 สิงหาคม 2557
เจริญธรรมญาติโยมทุกคนทุกท่าน ขอให้ญาติโยมจงเจริญสติ ทำความสงบให้มีให้เกิดขึ้นที่กายที่ใจของตัวเรา ด้วยการสร้างความรู้สึกรับรู้สัมผัสของลมหายใจของเราให้ต่อเนื่องให้ชัดเจน นั่งตามสบาย วางกายให้สบาย แล้วก็วางใจให้สบาย ฟังไปด้วยน้อมสำเหนียก
ลองสูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ ลึกๆ แล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ สักสองสามเที่ยว กายก็จะสงบตั้งมั่นขึ้น ใจของเราก็จะสงบระงับลงไปทันที สัมผัสของลมหายใจก็จะชัดเจน อันนี้เป็นแค่เพียงอุบายเฉยๆ เป็นแค่เพียงอุบายให้มีสติรู้กาย
ถ้าเรารู้จักวิธีการแล้ว เราต้องพยายามสร้างขึ้นมาตั้งแต่ตื่นขึ้น ตั้งแต่ยังไม่ลุกจากที่ จนรู้จักลักษณะคำว่า ‘ปัจจุบันธรรม’ ปัจจุบันขณะ ลมหายใจเข้าหายใจออก มีความรู้สึกรับรู้อยู่ ลึกลงไปก็รู้ความปกติของใจ
เวลาใจส่งออกไปภายนอก อาการของใจเขาเริ่มเกิดอย่างไร เวลาความคิดผุดขึ้นมาปรุงแต่งใจ ใจของเราเคลื่อนเข้าไปรวมได้อย่างไร ตรงนี้แหละ จุดมุ่งหมายที่เราจะต้องรู้ แล้วก็ให้ใจคลายออกจากขันธ์ห้า ซึ่งเรียกว่า ‘แยกรูปแยกนาม’ สัมมาทิฏฐิความรู้แจ้งเห็นจริงเปิดทาง การตามทำความเข้าใจให้รู้ทุกอย่างทุกเรื่อง จนใจมองเห็นความเป็นจริง รอบรู้ในกองสังขาร รอบรู้ในดวงวิญญาณ รอบรู้ในขันธ์ห้าของตัวเรา รอบรู้ในโลกธรรม ก็ต้องพยายาม ไม่ว่าพระว่าโยมว่าชี
แนวทางมีมาตั้งนาน พระพุทธองค์ท่านได้ค้นพบ แล้วก็เอามาเปิดเผย ท่านสอนเรื่องอะไร เราต้องพยายามน้อมนำเข้าไปปฏิบัติให้ปรากฏให้เห็นให้เกิดขึ้นที่ใจของเรา ท่านถึงบอกให้เชื่อ ท่านสอนเรื่องอัตตาเป็นอย่างไร อนัตตาเป็นอย่างไร คำว่าหลัก ‘อริยสัจ’ ความจริง สาเหตุการเกิดเป็นอย่างไร ท่านชี้ลงที่เหตุ เราก็ต้องพยายาม
การเจริญสติเป็นลักษณะอย่างนี้ กายวิเวกเป็นลักษณะอย่างนี้ ใจวิเวกเป็นลักษณะอย่างนี้ เรารู้จักแนวทางแล้ว ทำความเพียร
ใจของเราเกิดกิเลส กิเลสหยาบกิเลสละเอียด กิเลสเกิดขึ้นที่กาย หรือว่าเกิดขึ้นที่ใจ เราต้องพยายามวิเคราะห์ทุกเรื่อง ทำอย่างไรใจถึงจะไม่ทุกข์ อะไรคือก้อนทุกข์
มีโอกาสทุกคนก็มีบุญ ทุกคนก็มีอานิสงส์ มีวาสนาที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนก็ได้ปฏิบัติธรรมกันมาก่อน จะอยู่ในระดับไหน ก็ขึ้นอยู่กับความเพียรของตัวเรา ก็ต้องพยายามกัน
เรามีหน้าที่อย่างไรขณะนี้เวลานี้ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดี ถ้าถึงเวลาก็จะถึงจุดหมายปลายทางกัน เราสร้างสติขึ้นมาอบรมให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จงทำกายของเราให้เป็นวัด เจริญสติเข้าไปอบรมใจของเราอยู่ตลอดเวลา อะไรผิดอะไรถูก เราก็รีบแก้ไข ถ้าบอกตัวเองไม่ได้ ใช้ตัวเองไม่เป็น ถึงจะรู้อยู่ มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เราก็ต้องพยายามนะ
สร้างความรู้สึกรับรู้การหายใจเข้าออกให้ชัดเจน ให้ต่อเนื่องกันสักพักหนึ่งก็ยังดี สูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ ลึกๆ อย่าไปบังคับลมหายใจ เพียงแค่การหายใจเข้าออก พวกเราก็ขาดการสร้างความรู้ตัว ทั้งที่ใจก็อยากจะได้บุญ อยากจะรู้ธรรมนั่นแหละ ความอยากก็ปิดกั้นเอาไว้เสีย อยู่หลายคนก็เหมือนกับอยู่คนเดียว อยู่คนเดียวขณะนี้ ก็ให้รู้ว่าลมหายใจวิ่งเข้าวิ่งออกกระทบปลายจมูกของเราให้ชัดเจนกันนะ
พากันไหว้พระพร้อมๆ กัน พากันไปสร้างสานต่อทำความเข้าใจกันเอานะ
วันที่ 2 สิงหาคม 2557
เจริญธรรมญาติโยมทุกคนทุกท่าน ขอให้ญาติโยมจงเจริญสติ ทำความสงบให้มีให้เกิดขึ้นที่กายที่ใจของตัวเรา ด้วยการสร้างความรู้สึกรับรู้สัมผัสของลมหายใจของเราให้ต่อเนื่องให้ชัดเจน นั่งตามสบาย วางกายให้สบาย แล้วก็วางใจให้สบาย ฟังไปด้วยน้อมสำเหนียก
ลองสูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ ลึกๆ แล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ สักสองสามเที่ยว กายก็จะสงบตั้งมั่นขึ้น ใจของเราก็จะสงบระงับลงไปทันที สัมผัสของลมหายใจก็จะชัดเจน อันนี้เป็นแค่เพียงอุบายเฉยๆ เป็นแค่เพียงอุบายให้มีสติรู้กาย
ถ้าเรารู้จักวิธีการแล้ว เราต้องพยายามสร้างขึ้นมาตั้งแต่ตื่นขึ้น ตั้งแต่ยังไม่ลุกจากที่ จนรู้จักลักษณะคำว่า ‘ปัจจุบันธรรม’ ปัจจุบันขณะ ลมหายใจเข้าหายใจออก มีความรู้สึกรับรู้อยู่ ลึกลงไปก็รู้ความปกติของใจ
เวลาใจส่งออกไปภายนอก อาการของใจเขาเริ่มเกิดอย่างไร เวลาความคิดผุดขึ้นมาปรุงแต่งใจ ใจของเราเคลื่อนเข้าไปรวมได้อย่างไร ตรงนี้แหละ จุดมุ่งหมายที่เราจะต้องรู้ แล้วก็ให้ใจคลายออกจากขันธ์ห้า ซึ่งเรียกว่า ‘แยกรูปแยกนาม’ สัมมาทิฏฐิความรู้แจ้งเห็นจริงเปิดทาง การตามทำความเข้าใจให้รู้ทุกอย่างทุกเรื่อง จนใจมองเห็นความเป็นจริง รอบรู้ในกองสังขาร รอบรู้ในดวงวิญญาณ รอบรู้ในขันธ์ห้าของตัวเรา รอบรู้ในโลกธรรม ก็ต้องพยายาม ไม่ว่าพระว่าโยมว่าชี
แนวทางมีมาตั้งนาน พระพุทธองค์ท่านได้ค้นพบ แล้วก็เอามาเปิดเผย ท่านสอนเรื่องอะไร เราต้องพยายามน้อมนำเข้าไปปฏิบัติให้ปรากฏให้เห็นให้เกิดขึ้นที่ใจของเรา ท่านถึงบอกให้เชื่อ ท่านสอนเรื่องอัตตาเป็นอย่างไร อนัตตาเป็นอย่างไร คำว่าหลัก ‘อริยสัจ’ ความจริง สาเหตุการเกิดเป็นอย่างไร ท่านชี้ลงที่เหตุ เราก็ต้องพยายาม
การเจริญสติเป็นลักษณะอย่างนี้ กายวิเวกเป็นลักษณะอย่างนี้ ใจวิเวกเป็นลักษณะอย่างนี้ เรารู้จักแนวทางแล้ว ทำความเพียร
ใจของเราเกิดกิเลส กิเลสหยาบกิเลสละเอียด กิเลสเกิดขึ้นที่กาย หรือว่าเกิดขึ้นที่ใจ เราต้องพยายามวิเคราะห์ทุกเรื่อง ทำอย่างไรใจถึงจะไม่ทุกข์ อะไรคือก้อนทุกข์
มีโอกาสทุกคนก็มีบุญ ทุกคนก็มีอานิสงส์ มีวาสนาที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนก็ได้ปฏิบัติธรรมกันมาก่อน จะอยู่ในระดับไหน ก็ขึ้นอยู่กับความเพียรของตัวเรา ก็ต้องพยายามกัน
เรามีหน้าที่อย่างไรขณะนี้เวลานี้ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดี ถ้าถึงเวลาก็จะถึงจุดหมายปลายทางกัน เราสร้างสติขึ้นมาอบรมให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จงทำกายของเราให้เป็นวัด เจริญสติเข้าไปอบรมใจของเราอยู่ตลอดเวลา อะไรผิดอะไรถูก เราก็รีบแก้ไข ถ้าบอกตัวเองไม่ได้ ใช้ตัวเองไม่เป็น ถึงจะรู้อยู่ มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เราก็ต้องพยายามนะ
สร้างความรู้สึกรับรู้การหายใจเข้าออกให้ชัดเจน ให้ต่อเนื่องกันสักพักหนึ่งก็ยังดี สูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ ลึกๆ อย่าไปบังคับลมหายใจ เพียงแค่การหายใจเข้าออก พวกเราก็ขาดการสร้างความรู้ตัว ทั้งที่ใจก็อยากจะได้บุญ อยากจะรู้ธรรมนั่นแหละ ความอยากก็ปิดกั้นเอาไว้เสีย อยู่หลายคนก็เหมือนกับอยู่คนเดียว อยู่คนเดียวขณะนี้ ก็ให้รู้ว่าลมหายใจวิ่งเข้าวิ่งออกกระทบปลายจมูกของเราให้ชัดเจนกันนะ
พากันไหว้พระพร้อมๆ กัน พากันไปสร้างสานต่อทำความเข้าใจกันเอานะ